‘adidas adizero’ ซีรีส์รองเท้าทำความเร็วของค่ายสามแถบ

adidas adizero รองเท้าทำความเร็วของ adidas ที่หลังจากนี้ไปจะทำให้เราแยกประเภทรองเท้าวิ่งของ adidas ได้ง่ายขึ้น คือถ้าคุณอยากใส่รองเท้าวิ่งเพื่อซิ่งต้องมา ‘adizero’ เท่านั้น สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเลยคือโฟม Lightstrike Pro ที่บรรจุอยู่ในรองเท้าตระกูล adizero 2021 ทุกคู่ ประกอบไปด้วย

IMPOSSIBLE IS NOTHING – ADIZERO

adidas adizero adios 6

รองเท้าพื้นบางสารพัดประโยชน์กลายเป็นพื้นหนาไปแล้ว adios อยู่ในตระกูล adizero สำหรับสายทำความเร็วมายาวนาน คาแแรกเตอร์ของรองเท้าตระกูลนี้จะมีความบาง น้ำหนักเบาเหมือนกับพวก racing flat ถึงแม้จะไม่บางเท่ารุ่น Takumi Sen แต่ก็มีความลงตัวและได้รับความนิยมสูงสุดในตั้งแต่สมัยก่อน โดยเฉพาะ adizero adios 3 รองเท้าที่พาผมไปจบฮาล์ฟมาราธอนและทำ SUB1 ระยะ 10K สำเร็จ

adidas adizero adios 6

ถึงแม้ adizero adios รุ่นใหม่ๆ จะหลงทางไปบ้าง แต่ก็คงจะไม่เท่ากับ adizero adios 6 ที่ถือว่าหน้าตาเปลี่ยนจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่โฟมที่ดูหนาขึ้นอย่างชัดเจน เปลี่ยนจาก Boost มาเป็น Lightstrike Pro ครึ่งแผ่น (ที่ใส่ในรองเท้ารุ่นท็อปอย่าง adizero adios Pro) ผสมกับโฟม Lightstrike ซึ่งกลายเป็นกลายจับคู่ของโฟมใหม่ และทำให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่า รองเท้าทำความเร็วไม่จำเป็นต้องพึ่งโฟม Boost อีกต่อไป

adidas adizero adios 6 ปรับเปลี่ยนหน้าผ้าอีกครั้ง ที่ทำให้เราชื้นใจได้ว่า มันมีความหวนกลับไปหารุ่น adios 3 ที่คุ้นเคยคือการใช้ผ้าตาข่ายชั้นเดียวสลับกับหนังกลับบริเวณปลายเท้า ส่วนฟิลลิ่งก็คงพูดอะไรไม่ได้ โดยเฉพาะการจับคู่ Lightstrike Pro กับ Lightstrike จะเวิร์กหรือไม่นั้น คงต้องว่ากันต่อไป

adidas adizero adios 6

คุณสมบัติอื่นๆ ของ adidas adizero adios 6
– อัปเปอร์เป็นผ้าเมซชั้นเดียว
– พื้น Lightstrike Pro ไม่เต็มแผ่น เสริมโฟม Lightstrike บริเวณส้นเท้า
– พื้นรองเท้า Continental ชั้นนอก
– น้ำหนัก 231 กรัม (ไซส์ 8.5UK)
– Drop 8 mm (ปลายเท้า 19 mm และส้นหน้า 27 mm)

adidas adizero Boston 10

adidas adizero Boston 10

รองเท้าวิ่งที่อยู่ในตระกูล adizero อีกคู่ที่นักวิ่งคุ้นเคยกันดีกว่าเป็นรองเท้าสายทำความเร็วและมีการซัพพอร์ตมากขึ้น คาแแรกเตอร์ของรองเท้าตระกูลนี้จะมีความบาง น้ำหนักเบาเหมือนกับพวก racing flat แต่ Boston จะเป็นรองเท้าที่มีโฟมซัพพอร์ตหนามากขึ้น ถึงแม้จะเป็นรองเท้าทำความเร็ว ในขณะเดียวกันก็มีความนุ่มแทรกตัวอยู่

adidas adizero Boston 10 ถือว่าหน้าตาเปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ฐานของโฟมที่เปลี่ยนจาก Boost มาเป็น Lightstrike Pro ซึ่งถือว่าเป็นโฟมระดับท็อปของ adidas ในเวลานี้และใส่ในรองเท้ารุ่นท็อปๆ อย่าง adizero adios Pro ผสมกับโฟม Lightstrike ธรรมดาที่ช่วยในเรื่องความเฟิร์มมากขึ้น จึงทำให้เห็นว่าโฟม Lightstrike Pro จะกลายมาเป็นคีย์เวิร์ดของการทำความเร็วให้กับรองเท้า adidas ในยุคต่อๆ ไป เช่นเดียวกับ ZoomX แน่นอน เห็นว่ามีแท่ง Energy rods เช่นเดียวกับ adios Pro ซะด้วย คงต้องชมรองเท้าคู่จริงก่อนว่าจะช่วยความนุ่มได้มากแค่ไหน

ส่วนที่ปรับใหม่อีกอย่างของ adidas adizero Boston 10 คือหน้าผ้า สังเกตว่ามีการซ้อนชั้นผ้าเมซแบบหนาและบางสลับกัน โดยเฉพาะช่วงกลางเท้าที่ใช้เป็นเหมือนตาข่ายช่วยระบายอากาศ และส่วนซัพพอร์ตส้นเท้าที่เพิ่มมาด้วย ลิ้นรองเท้าแบบบาง ทำให้หน้าตาโดยรวมของ Boston 10 ดูจากไปใกล้เคียงกับ adizero adios Pro มากกว่า Boston 9 เสียอีก

คุณสมบัติอื่นๆ ของ adidas adizero Boston 10
– อัปเปอร์เป็นผ้าเมซชั้นเดียว
– พื้น Lightstrike Pro เสริมด้วยโฟม Lightstrike ชั้นล่าง
– Energy rods อยู่ระหว่างโฟมด้วย

adidas adizero adios Pro 2

adidas adizero adios Pro 2

รองเท้าตัวท็อปในเวลานี้ของ adidas มีการปรับหน้าผ้าใหม่ Celer Mesh 2.0 ที่มีการเสริมโครงด้านใน ยังคงใช้โฟม Lightstrike PRO สองชั้นคั่นด้วยแท่งคาร์บอน Energy rods เหมือนเดิม หน้าตาโดยรวมของ adios Pro 2 แทบไม่ต่างจากเดิม ทำให้นักวิ่งที่ใช้รุ่นก่อนอยู่แล้วอาจรู้สึกเฉยๆ หันไปเล่น Boston 10 หรือกระโดดข้ามไปยัง Prime X เลยดีกว่า

adidas adizero adios Pro 2
adidas adizero adios Pro 2

คุณสมบัติอื่นๆ ของ adidas adizero adios Pro 2
– อัปเปอร์ ​Celermesh 2.0 ที่มีเสริมโครงด้านใน
– โฟม Lightstrike Pro
– Energy rods
– พื้นรองเท้า Continental ชั้นนอก
– น้ำหนัก 215 กรัม (ไซส์ 8.5UK) เบาขึ้นกว่ารุ่นแรก
– Drop 10 mm (ปลายเท้า 29.5 mm และส้นหน้า 39.5 mm)

adidas adizero Prime X

adizero Prime X

อันนี้ต้องลุ้นกันว่า adidas มีของอะไรอีก แต่ที่แน่ๆ มันคงจะสูงมากๆ มาพร้อมกับคำนิยามว่า

“FEEL YOUR FASTEST IN THESE HIGH-PERFORMANCE RUNNING SHOES”

สัมผัสรองเท้าวิ่งประสิทธิภาพสูงกับ adizero Prime X ที่มาพร้อมโฟม Lightstrike PRO กว่า 3 ชั้น และน่าจะเป็นรองเท้าวิ่งที่พื้นสูงที่สุดของ adidas แล้ว เสริมด้วยแท่งคาร์บอน Energy Rods เช่นเดียวกับ adios Pro 2 แต่ความพิเศษกว่านั้นคือส่วนที่เรียกว่า Energy Blades หรือวัสดุที่จะมาช่วยสร้างความเร็วแบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน (แต่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเหมือนกัน 555) รวมถึงใช้หน้าผ้าเดียวกันคือ Celer Mesh 2.0 อย่างไรก็ตามปัญหาที่อาจจะตามมาคือเรื่องความสูง ที่กำหนดไว้ว่ารองเท้าวิ่งมาตรฐานต้องมีความสูงไม่เกิน 40mm ซึ่งต้องมาลุ้นกันอีกทีว่า adizero Prime X จะผ่านเกณฑ์ข้อนั้นหรือเปล่า

adidas adizero Prime X
adidas adizero Prime X

คุณสมบัติอื่นๆ ของ adidas adizero Prime X
– อัปเปอร์ ​Celermesh 2.0 มีวัสดุรีไซเคิลด้วยบางส่วน
– โฟม Lightstrike Pro 3 ชั้น
– Energy rods และ Energy blades (ตัวละครลับ)
– แผ่น Carbon บริเวณส้นเท้า
– พื้นรองเท้า Continental ชั้นนอก


สรุป adidas adizero 2021
adizero adios 6 ราคาประมาณ 5,800 บาท
adizero Boston 10 ราคา 4,800 บาท
adizero adios Pro 2 ราคาประมาณ 8,800 บาท
adizero Prime X ราคาประมาณ 10,200 บาท
ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่เว็บไซต์ adidas

Comment here