REVIEW

Skechers Speed Freek รองเท้าสายกลิ้ง กดปลายเท้า ส้นยก วิ่งเพลิน

หากใครคุ้นเคยกับรองเท้าสายทำความเร็วของ Skechers น่าจะรู้จัก Skechers Speed Elite ที่มีน้ำหนักเพียง 170 กรัม ซึ่งแน่นอนว่าพอมันเบามาก จึงไร้การซัพพอร์ต เหมาะกับการวิ่งทำความเร็วระยะสั้นๆ ประมาณ 5-10 กิโลเมตร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีรองเท้ามาเติมเต็มระยะที่ขาดหายไป นั่นจึงเป็นที่มาของ Skechers Speed Freek รองเท้าทำความเร็วระยะไกลขึ้นจนถึงมาราธอน

อย่างที่บอกไปว่า Skechers Speed Freek เป็นรองเท้าสำหรับมาราธอน ที่ยังคงต้องทำความเร็วได้อยู่สมชื่อ คาแรกของตัวรองเท้าจะคล้ายๆ กับรุ่น Razor Excess 2 (วันหลังจะเอารีวิวเปรียบเทียบมาฝากนะครับ) ที่มีความแน่นของพื้นโฟม Hyper Burst รู้สึกไม่แข็งเท่า ยังพอใส่สบายๆ คู่กับอัปเปอร์วัสดุตาข่ายโมโน ที่ระบายอากาศได้ดี รู้สึกว่าพื้นที่ภายในรองเท้าเล็กลงหน่อย แอบชิดข้างเท้าด้านนอกเล็กน้อย แต่วิ่งๆ ไปก็ไม่รู้สึกอะไร

Skechers Speed Freek ยังคงใช้แผ่นคาร์บอนรู้ตัว H ที่มีขนาดบางและเล็ก เมื่อเทียบกับ Skechers Speed Beast ที่จะออกมาต่อไป ทำงานควบคู่กับเทคโนโลยี Hyper Arc ซึ่งเป็นการออกแบบให้รูปทรงรองเท้าโค้งตามแนวแผ่นคาร์บอน สัมผัสแรกนี่ชัดมากเลย เวลาวิ่งแล้วกดปลายเท้า ส้นจะยกตามอัตโนมัติ ช่วยในการยกขาได้เยอะเลย แต่พอวิ่งไปสักระยะเกิน 10 โลขึ้นไป ก็ไม่ค่อยรู้สึกแล้ว

พื้นรองเท้าของ Skechers Speed Freek ใช้โฟม Hyper Burst ที่มีความหนาปลายเท้า 30 มิล และส้นเท้า 34 มิล ดรอป 4 มิล รองรับด้วยแผ่นยาง Goodyear ที่ช่วยในการยึดเกาะพื้น นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา สู้กับรุ่นก่อนๆ หน้าได้เลย ด้วยน้ำหนักเพียง 197 กรัมเท่านั้น ในไซซ์ 9US ของผู้ชาย

Skechers Speed Freek น้ำหนักเพียง 197 กรัม

ไฮไลต์อีกอย่างของ Skechers Speed Freek คู่นี้ยังมาพร้อมกล่องรองเท้าขนาดใหญ่ และไม่ใช่กล่องกระดาษบางๆ ธรรมดา แต่เป็นกระดาษแข็งอย่างดีเลย มีรายละเอียดเทคโนโลยีบอกอยู่ในฝา ตัวรองเท้าห่อกระดาษมาแบบ 4 ทิศทาง จะอลังการไปไหน แถมเปิดมาเจอสีสันที่สวยไม่เบา เรียกได้ว่าคุ้มราคาสุดๆ ครับ

ฟิลลิ่งหลังการใช้งานของ Skechers Speed Freek ก็ต้องยืนยันคำเดิมว่ามันเป็นรองเท้าสายกลิ้ง หากใครคาดหวังความดีดเด้งจากรองเท้าคาร์บอนของ Speed Freek นั้นคงเข้าใจผิด เพราะคาร์บอนรูปตัว H มาช่วยในการกลิ้งหรือบางคนเรียกไหลมากกว่า ทำให้เราวิ่งได้เพลินๆ กดปลายเท้าแล้วส้นยกตาม วิ่งระยะไกลได้สบายขึ้น เราลองลองหยิบไปวิ่งฮาล์ฟมาก็ทำหน้าที่ได้ตามสเปก ไม่มีอาการดื้อเท่าไหร่ แต่วิ่งขึ้นกิโลสิบปลายๆ ก็ออกอาการตื้อๆ เหมือนกัน ส่วนตัวยังคิดว่าคงไปไม่ถึงระยะมาราธอน เพราะขาเราต้องการการซัพพอร์ตมากกว่า แต่ใครเอาไปวิ่งฟูลแล้วมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ

เอาเป็นว่าเป็นคู่ที่ 2 ของปีนี้ บอกเลยว่าแต่ละแบรนด์ขับเคลื่อนกันสนุกๆ ขอบคุณ Skechers Thailand มา ณ​ ทีนี้ด้วยนะครับ

Skechers Speed Freek ราคา 5,990 บาท
ซื้อได้ในลิงก์ที่นี่

Comments (1)

Comment here